อังคาร. ต.ค. 26th, 2021

เจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีและผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซ ค้าขายตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบในชื่อแอมะซอน (Amazon) สละเก้าอี้ซีอีโอตัวที่เขาเป็นผู้ก่อร่างสร้างธุรกิจลงแล้ว เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2021 ที่ผ่านมา

ตลอด 27 ปีของการเป็นผู้นำสูงสุดของแอมะซอน ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย หากย้อนกลับไปเมื่อ 27 ปีที่แล้ว การทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ (ซึ่งยุคแรกเป็นการขายหนังสือ) เป็นเรื่องใหม่ และมีความท้าทายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหากเรานึกย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น ซึ่งเป็นเวลาที่อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย ยังไม่เป็นที่นิยม จุดนี้แสดงให้เห็นอย่างหนึ่งว่าเบซอสเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ ไม่ท้อถอย และเขามั่นใจว่าการทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตเป็นหนทางที่ “ถูกต้อง” ควรกล่าวด้วยว่า แอมะซอน เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี 1997 เวลานั้นเป็นช่วงที่ฟองสบู่ดอตคอมแตก ทำให้ธุรกิจไอทีจำนวนมากต้องล้มหายตายจาก แต่แอมะซอนก็ประคับประคองบริษัทมาได้เรื่อยๆ โดยที่บริษัทยังไม่สามารถทำกำไรได้เลย จนกระทั่งไตรมาสสุดท้ายของปี 2002 จะเป็นครั้งแรกของบริษัทที่ทำกำไรเป็นหนแรกได้สำเร็จ

27 ปีผ่านไป แอมะซอนในวันนั้นกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ มีผลิตภัณฑ์ในมือเป็นจำนวนมาก ทั้งที่พัฒนามาด้วยตัวเอง เช่น Amazon Web Service (AWS) เว็บไซต์แอมะซอน และผลงานต่อยอดจากบริษัทที่มีแววรุ่ง ยกตัวอย่าง Alexa และเว็บไซต์ฐานข้อมูลภาพยนตร์ที่เรารู้จักกันในชื่อ IMDb (The Internet Movie Database) เป็นต้น วันนี้ของแอมะซอนมีมูลค่ามากถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังตัดสินใจแล้วว่าจะอำลาตำแหน่งซีอีโอ เจฟฟ์ เบซอส เลือกคนใกล้ตัวที่เขาเชื่อมือว่าจะบริหารยานขนาดยักษ์ที่มีชื่อว่าแอมะซอนได้อย่างไม่มีปัญหา คนคนนั้นมีชื่อว่าแอนดี แจสซี ที่แอมะซอน แอนดี แจสซี ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เขาคนนี้ร่วมงานกับเจฟฟ์ เบซอส ตั้งแต่ปี 1997 หรือหลังการก่อตั้งบริษัทเพียง 3 ปี ซึ่งตำแหน่งแรกของแอนดี แจสซี คือตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด

ก่อนที่ในปี 2003 แอนดี แจสซี และเจฟฟ์ เบซอส ลงมือร่วมกันที่จะปั้นแพลตฟอร์มคลาวด์ คอมพิวติงของตัวเองขึ้นมา ในชื่อ Amazon Web Service ในระยะแรกทั้งแจสซีและเบซอส มองแพลตฟอร์มนี้ว่าเป็นของใหม่ที่น่าลงมือลองทำดู สุดท้ายอย่างที่เราทราบกันดี AWS กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของแอมะซอนในยุคที่ทุกคนต้องใช้คลาวด์คอมพิวติง แม้แอนดี แจสซี จะมีประสบการณ์ในแอมะซอนอันข้นคลั่กในระดับที่เป็นรองแค่เจฟฟ์ เบซอส คนเดียวเท่านั้น แต่ความท้าทายของแอมะซอนในยุคการนำของเขาก็ใช่ว่าจะไม่มี ตรงกันข้ามหากแต่เป็นความท้าทายที่ใหญ่อย่างยิ่งยวด เพราะต้องไม่ลืมว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่สิ้นสุด สิ่งที่ใครหลายคนกำลังเฝ้าจับตาดูก็คือว่า ผู้นำคนใหม่ของแอมะซอน จะบริหารบริษัทภายใต้โรคระบาดได้ดีแค่ไหน รวมถึงการนำพาบริษัทให้หลุดรอดจากการถูกเพ่งเล็งว่าเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจผูกขาดได้หรือไม่